ผ้าเบรค
ดร.ทินโน ขวัญดี
: สำนักสวนพลู
เกี่ยวกับผ้าเบรค
ชนิดของผ้าเบรกรถยนต์แบ่งตามลักษณะการใช้งาน
· โรงงานผลิตผ้าเบรกรถยนต์
มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเกรด เกรดผ้าเบรกแต่ละโรงงานมีมาตรฐานที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายและทิศทางการทำธุรกิจของโรงงานนั้น
ผู้ผลิตผ้าเบรกรถยนต์มี
2 ประเภท คือ
....ผู้ผลิตสำหรับค้าปลีกโดยเฉพาะ
และ
....ผู้ผลิตสำหรับอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์
OEM
ผู้ผลิตผ้าเบรกสำหรับค้าปลีก
มีการผลิตผ้าเบรกออกมาหลากหลายเกรด หลายคุณภาพ และหลากหลายราคาออกสู่ตลาด บางผู้ผลิตอาจผลิตสินค้าโดยบรรจุในหลากหลายยี่ห้อเพื่อให้ตรงตามความต้องการ
ของผู้จำหน่ายและผู้ใช้รถมากที่สุด ผู้ผลิตกลุ่มนี้จะเน้นราคาเป็นหลักในการทำตลาด กลุ่มเป้าหมายจะเป็นลูกค้าปลีกทั่วไป
ผลิตภัณฑ์ที่นำออกจำหน่ายจะอยู่ตั้งแต่กลุ่มตลาดล่าง (เอื้ออาทร) จนถึงกลุ่มตลาดขนาดกลาง
ผู้ผลิตผ้าเบรกสำหรับอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์(OEM)
ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกรด OEM ผู้ผลิตมุ่งเน้นคุณภาพของผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานอะไหล่สำหรับรถยนต์ใหม่
กลุ่มเป้าหมายจะเป็นโรงงานผลิตรถยนต์รวมทั้งศูนย์บริการรถยนต์ชั้นนำ (OES) ผลิตภัณฑ์ที่นำออกจำหน่ายในตลาดค้าปลีก จะอยู่ในกลุ่มตลาดบนหรือตลาดพรีเมียมเท่านั้น
· หากเราจำแนกชนิดของผ้าเบรกตามเกรดผู้ผลิต
สามารถจำแนกออกได้เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
ชนิดผ้าเบรกแบ่งตามลักษณะการใช้งานต่างๆ
1.
ประเภทผ้าเบรก : OEM
Pad ผ้าเบรกเกรดโรงงานผลิตรถยนต์
คุณสมบัติ เป็นผ้าเบรกเกรดมาตรฐานเพื่อโรงงานผลิต
รถยนต์ คุณสมบัติของวัตถุดิบแต่ละชนิด ต้องตรงตามข้อกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์ ในเรื่องเขม่า
ประสิทธิภาพการเบรก และการทำงานร่วมกับจานเบรก ปัจจุบันนิยม ใช้ผ้าเบรกไร้สารใยหินชนิดมีโลหะต่ำเหมาะสำหรับ
รถยนต์ใหม่ และการขับขี่ทั่วไป จนถึงการใช้งานหนัก ไม่มีการจำหน่ายในท้องตลาด
2.
ประเภทผ้าเบรก : OES
Pad ผ้าเบรกเกรดของแท้ห้าง (Genuine)
คุณสมบัติ เป็นผ้าเบรกเกรดมาตรฐานเพื่อเป็นอะไหล่ใช้ทดแทน
คุณสมบัติของอะไหล่จะแตกต่างตามแต่ผู้ผลิตรถยนต์จะกำหนดขึ้นอยู่กับต้นทุน และการแข่งขัน
ผู้ประกอบรถจะขายในรูปอะไหล่แท้เกรดหนึ่งยี่ห้อเดียวกับรถยนต์ ผู้ผลิตรถยนต์บางรายอาจผลิตอะไหล่เกรดรองออกจำหน่าย
เพื่อรักษาฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อต่ำและเพื่อการแข่งขันในเรื่องราคาในตลาด อะไหล่เหมาะสำหรับ
ผู้ใช้รถทั่วไปที่ต้องการอะไหล่ คุณภาพเดียวกับรถยนต์ใหม่หาซื้อได้ตามศูนย์บริการรถยนต์ทั่วไปหรือร้านค้าอะไหล่
3.
ประเภทผ้าเบรก : Racing
Pad ผ้าเบรกสำหรับรถแข่ง
คุณสมบัติ เป็นผ้าเบรกเกรดเพื่อการแข่งขัน
วัตถุดิบในการผลิตจะเน้นหนักเพื่อประสิทธิภาพการหยุดรถโดยเฉพาะรองรับการขับ รถด้วยอัตราความเร็วสูงและการถ่ายเทความร้อนในระบบเบรก
เหมาะสำหรับ
การขับขี่เพื่อการแข่งขัน และใช้ความเร็วสูงในการขับขี่เป็นประจำ
ผ้าเบรกชนิดนี้ไม่เหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไป หรือการใช้งานหนักและบรรทุกสินค้า ผ้าเบรกชนิดนี้ มีอัตราการทำลายจานเบรกค่อนข้างสูง เพราะส่วนผสมมีโลหะในอัตราที่สูง
ผ้าเบรกชนิดนี้ไม่เหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไป หรือการใช้งานหนักและบรรทุกสินค้า ผ้าเบรกชนิดนี้ มีอัตราการทำลายจานเบรกค่อนข้างสูง เพราะส่วนผสมมีโลหะในอัตราที่สูง
4.
ประเภทผ้าเบรก : Standard
Pad ผ้าเบรกทั่วไป
คุณสมบัติ เป็นผ้าเบรกเกรดมาตรฐานสำหรับการขับขี่ทั่วไปหรือใช้งานหนักบ้างเป็น
ครั้งคราววัตถุดิบในการผลิต จะมีคุณสมบัติเท่ากับ หรือต่ำกว่าผ้าเบรก เพื่อโรงงานผลิตรถยนต์(OEM)
ผ้าเบรกชนิดนี้มีหลากหลายแบบและหลากหลายวัตถุดิบ ด้วยเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน
ผู้บริโภคต้องใช้วิจารณญาณในการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ เพราะมีการแข่งขันสูงจากโรงงานนอกจากนี้
มีสินค้าปลอมจากโรงงาน ผลิตอะไหล่ปลอมชั้นนำของประเทศออกมาแข่งขันในตลาดอะไหล่
เหมาะสำหรับ การขับรถทั่วไปหรือใช้งานเป็นครั้งคราว
การเลือกใช้ ควรดูชนิดผ้าเบรกเป็นแบบผ้าเบรกโลหะหรือผ้าเบรกกลุ่ม NAO แต่ละชนิดมีผลดีและผลเสียแตกต่างกันอันมีผลต่อค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถที่แตกต่างด้วยเช่นกัน
· ผ้าเบรกยี่ห้อไหนดีที่สุด..
ผ้าเบรกในประเทศไทยมีมากกว่า
40 ยี่ห้อ ผ้าเบรกแต่ละยี่ห้อมีหลายเกรด หลายรุ่น
จัดจำหน่ายทั้งในร้านอะไหล่ ศูนย์บริการรถยนต์ และศูนย์บริการยาง รวมไปถึงอู่รถยนต์
ผู้ใช้มักเกิดอาการสงสัยและไม่มั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์ที่ตนเลือกนั้นเป็นผลิตภัณฑ์
ที่ดีที่สุดหรือไม่ คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปหรือไม่ อู่รถยนต์หรือช่างฯ มักจะถูกถามเป็นประจำว่า"ผ้าเบรกยี่ห้อใดดีที่สุด"
· คำตอบ
ไม่มีผ้าเบรกยี่ห้อใดดีที่สุด
โรงงานผลิตผ้าเบรกแต่ละโรงงาน
ผลิตผ้าเบรกตามวัตถุประสงค์การใช้งาน หรือตามวัตถุสงค์ของลูกค้า เช่น
ลูกค้ากลุ่มโรงงานประกอบรถยนต์ ลูกค้ากลุ่มนักแข่ง และลูกค้ากลุ่มผู้ใช้รถทั่วไป ผ้าเบรกแต่ละชนิดมีคุณลักษณะหรือคุณสมบัติการใช้งานแตกต่างกัน
ผู้ใช้รถควรใช้ผ้าเบรกให้ตรงกับลักษณะนิสัยการขับขี่ของตน
· อะไรคือมาตรฐานคุณภาพของผ้าเบรก
?
โรงงานผ้าเบรกชั้นนำทั่วไป
มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์และระบบการตรวจผลิตภัณฑ์เป็นของตนเอง
เราไม่สามารถนำมาตรฐานของแต่ละโรงงานมาเป็นกฏเกณฑ์ได้ เพราะผ้าเบรกจากแต่ละโรงงานแตกต่างกันตามความต้องการหรือสเปกของลูกค้า โรงงานจะให้ความสำคัญกับการทดสอบในห้องวิจัย เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิตผ้าเบรกชั้นนำ จะทดสอบผ้าเบรกภายในห้องทดลอง และภายใต้เหตุการณ์จำลอง เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิตมักจะไม่นำผลทดสอบมาโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์ เพราะตัวแปรที่เกี่ยวข้องในการทดสอบมีหลายอย่าง เช่น น้ำหนักบรรทุก น้ำหนักรถเนื้อผ้าเบรก ความลาดชันของพื้นถนน รวมทั้งความเร็วของการขับขี่ ดังนั้นการทดสอบผ้าเบรกต้องอยู่ในสภาพหรือเงื่อนไขที่ควบคุมเป็นพิเศษ มิฉะนั้นผลการทดสอบ จะไม่มีความเที่ยงตรงและไม่มีความน่าเชื่อถือ
เราไม่สามารถนำมาตรฐานของแต่ละโรงงานมาเป็นกฏเกณฑ์ได้ เพราะผ้าเบรกจากแต่ละโรงงานแตกต่างกันตามความต้องการหรือสเปกของลูกค้า โรงงานจะให้ความสำคัญกับการทดสอบในห้องวิจัย เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิตผ้าเบรกชั้นนำ จะทดสอบผ้าเบรกภายในห้องทดลอง และภายใต้เหตุการณ์จำลอง เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิตมักจะไม่นำผลทดสอบมาโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์ เพราะตัวแปรที่เกี่ยวข้องในการทดสอบมีหลายอย่าง เช่น น้ำหนักบรรทุก น้ำหนักรถเนื้อผ้าเบรก ความลาดชันของพื้นถนน รวมทั้งความเร็วของการขับขี่ ดังนั้นการทดสอบผ้าเบรกต้องอยู่ในสภาพหรือเงื่อนไขที่ควบคุมเป็นพิเศษ มิฉะนั้นผลการทดสอบ จะไม่มีความเที่ยงตรงและไม่มีความน่าเชื่อถือ
· หากเรานำเกณฑ์การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ผ้าเบรกของโรงงานประกอบรถยนต์
มาเป็นเกณฑ์ในการจำแนกเกรดของผ้าเบรกในประเทศญี่ปุ่น
มีดังนี้
1.ผ้าเบรกจะต้องมีอัตราการทำลายจานเบรกต่ำ
และทำงานร่วมกับจานเบรกได้ดีในทุกสภาวะการขับขี่
2.เขม่าผ้าเบรก ผ้าเบรกต้องไม่มีเขม่าหรือฝุ่นตกค้างบนกระทะล้อมากเกินไป
3.ต้องมีอัตราการเกิดเสียงต่ำ ไม่สร้างความรำคาญให้ผู้ใช้รถ
4.วัตถุดิบการผลิต ต้องปลอดภัย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและมนุษย์
5.ประสิทธิภาพการเบรกดี เบรกได้ตามแรงที่เบรก
2.เขม่าผ้าเบรก ผ้าเบรกต้องไม่มีเขม่าหรือฝุ่นตกค้างบนกระทะล้อมากเกินไป
3.ต้องมีอัตราการเกิดเสียงต่ำ ไม่สร้างความรำคาญให้ผู้ใช้รถ
4.วัตถุดิบการผลิต ต้องปลอดภัย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและมนุษย์
5.ประสิทธิภาพการเบรกดี เบรกได้ตามแรงที่เบรก
หากเราใช้กฏเกณฑ์ข้างต้นเป็นเกณฑ์ในการเลือกผ้าเบรกในเมืองไทย
ผ้าเบรกที่เข้ากฏเกณฑ์ข้างต้น เรียกว่า ผ้าเบรกคุณภาพดีตามมาตรฐาน OEM ผ้าเบรกในกลุ่มนี้คือ ผ้าเบรกติดรถยนต์ รวมทั้งอะไหล่แท้ อะไหล่เทียมบางยี่ห้อ
เป็นต้น
ในส่วนของอะไหล่เทียม
มักจะพบว่าผ้าเบรกส่วนใหญ่จะมีคุณสมบัติแตกต่างจากกฎเกณฑ์ข้างต้น บางชนิดถูกผลิตออกมาเพื่อเน้นคุณลักษณ์บางประการ
ทำให้คุณสมบัติข้ออื่นด้อยลงไป เช่น
ผ้าเบรกรถแข่ง จะเน้นคุณสมบัติในเรื่องการเบรกมากกว่าข้ออื่นๆ ผ้าเบรกรถแข่งจะมีปัญหาเรื่องเสียงดัง เขม่าและการกินจานเบรก ในขณะเดียวกัน หากเอาอะไหล่แท้ ไปใช้งานในสนามแข่งขัน ผู้ใช้รถจะเจอเปัญหาเรื่องผ้าเบรกไหม้ ผ้าเบรกเกิดอาการเฟดหรือผ้าเบรกสึกอย่างรวดเร็ว เป็นต้น
ผ้าเบรกรถแข่ง จะเน้นคุณสมบัติในเรื่องการเบรกมากกว่าข้ออื่นๆ ผ้าเบรกรถแข่งจะมีปัญหาเรื่องเสียงดัง เขม่าและการกินจานเบรก ในขณะเดียวกัน หากเอาอะไหล่แท้ ไปใช้งานในสนามแข่งขัน ผู้ใช้รถจะเจอเปัญหาเรื่องผ้าเบรกไหม้ ผ้าเบรกเกิดอาการเฟดหรือผ้าเบรกสึกอย่างรวดเร็ว เป็นต้น
· ผู้ใช้รถควรที่จะต้องเลือกผ้าเบรกให้ตรงกับการใช้งานของตนเอง
มิฉะนั้นผู้ใช้รถอาจเข้าใจผิด
เกี่ยวกับคุณสมบัติของแต่ละผลิตภัณฑ์อย่างหลีก
เลี่ยงไม่ได้ และสิ้นเปลืองเงินอย่างไม่คุ้มค่าจากกฏเกณฑ์ข้างต้น
· ไม่มีผ้าเบรกชนิดใด
ยี่ห้อใดที่มีประสิทธิภาพสูงในทุกๆ ด้านพร้อมๆ กัน โดยไม่มีข้อด้อย การให้ความสนใจต่อการเลือกผ้าเบรกค่อนข้างมีความสำคัญ
และหากอุปกรณ์ระบบอื่นๆอันเนื่องจากอะไหล่อื่นๆ ไม่ดี รถอาจจะทำงานไม่ได้ เบรคทำงานไม่สมบูรณ์
ระบบเบรกผิดปกติ ก็จะทำให้ระบบเบรคมีปัญหา
ซึ่งอาจไม่ได้เกิดจากคุณสมบัติของผ้าเบรค (ทอรัสพาวเวอร์)
ชนิดของผ้าเบรค แบ่งตามส่วนผสม
1.ประเภทสารอินทรีย์ (Organic)
Asbestos (ใยหิน) + Filler (ตัวเติมเนื้อ)+ Resin (เรซิน)
2.ประเภทโลหะ โลหะผสม (Non Organic / Metallic / Semi Metallic / Sintered)
Copper
(ทองแดง) +Zinc (สังกะสี) + Filler (ตัวเติมเนื้อ)
+ Graphite (ผงถ่าน) + +Resin (เรซิน)
คุณสมบัติที่ต้องการของผ้าเบรค
1. สัมประสิทธิ์ความฝืด
2. ความสามารถในการถ่ายเทความร้อน
การคายความร้อน
3. การทนต่ออุณหภูมการทำงาน
ความร้อนสะสม
4. การทนต่อการสึกหรอ
และการกระทำต่อจานเบรค (สึก เป็นรอย)
5. การซับน้ำ
การคายน้ำ การรีดน้ำ
6. หน้าสัมผัส
พื้นผิว รูปทรง ของผ้าเบรค
.....ดร.ทินโน ขวัญดี : สำนักสวนพลู…..









































